สุทธิรักษ์ さんのプロフィールSt_piperz's spaceフォトブログリストその他 ツール ヘルプ

ブログ


3月16日

กฏ 10 ข้อของการเป็นกิ๊ก

หลายคนประสบปัญหา เจอคนหลายใจจนต้องตกที่นั่งเป็นมือที่สาม
วันนี้เราได้ทำการสำรวจและรวบรวมข้อมูลหลักฐานกลั่นกรองมาแล้วจนเป็นกฏ
10 ข้อ ที่จะใช้เรียกบุคคลที่สามว่า "กิ๊ก" แทน "ชู้"
ลองดูกันนะว่าจะตรงกับที่คุณเป็นอยู่กันบ้างรึปล่าว

กฏ 10 ข้อของการเป็นกิ๊ก

1.ห้ามหึงหวงแต่ห่วงกันได้
(ก้อชั้นไม่ได้รักแกนี่)

2. มีอะไรกันได้แต่ไม่ใช่ของกันและกัน
(ก็ชั้นมีตัวจริงอยู่แล้วนี่หว่า)

3.ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องมากเกินเหตุ
(ก็แกไม่ใช่แฟนชั้นนี่หว่า กะแฟนยังเรียกร้องไม่ได้เลย)

4. กิ๊กอาจเปลี่ยนสถานะได้ แต่ถ้าไม่ได้ก็ห้ามเศร้า
(จะไปเศร้าทำไมวะ ก็รู้แต่แรกแล้วว่าเค้ามีแฟนแล้ว)

5. ห้ามใช้กิ๊กร่วมกันกับเพื่อน
(ก็ยังอยากได้ไว้เป็นของส่วนตัวอ่ะน่า)

6. ถ้ากิกส์คิดจะไปมีแฟนเป็นตัวตนโดยไม่ใช่เรา
ห้ามฟูมฟายแต่ต้องพยายามยอมรับและยินดีด้วย
แล้วค่อยตกลงกันอีกทีว่าจะยังกิ๊กกันต่อรึเปล่า
(ก็เรารักคนนั้นนิ)

7. ไม่จำเป็นต้อง take care กันเกินเหตุเพราะเป็นแค่กิ๊ก
(เออเด่ะ)

8. กิ๊กมีได้ไม่จำกัดจำนวนเป็น infinity ไม่จำกัดเพศ วัย และ สถานภาพ
(ถ้าไม่กลัวตายเพราะเอดส์แถมยังต้องปีนต้นงิ้วอีกก็เอา)

9. กิ๊กสำคัญรองจากแฟน
(ก็ไม่ใช่แฟนนี่หว่า)

10. กิ๊กยังไงก็เป็นกิ๊กต้องเจียมตัว
(เฮ้อ........ )

ปล. กิ๊กไม่ใช่ชู้แต่ถ้าแฟนรู้ก็ต้องเลิก(ก็ชั้นรักแฟนชั้นนี่)

3月15日

ความหมายของคำว่า.....เพื่อน

          เพื่อนคือ...ทุกสิ่ง ทุกอย่าง ยิ่งกว่าแฟนก้อว่าได้ ไม่ตามใจมัน ก็ไม่ด่า แต่ถ้ามันไม่ตามใจ เราก็ด่าได้ โดยที่มัน และเราไม่โกรธกันเพื่อนเมื่อโกรธกันสามารถกลับมาคืนดีกันได้ โดยไม่ต้องเก็บความสงสัยว่า เรื่องที่โกรธกันคืออะไร ผ่านแล้วก็ผ่านไป เพื่อนคือที่พึ่ง ยามเป็นทุกข์ เพื่อนคือที่ปรึกษา ตั้งแต่เรียน ทำงาน จนจะแต่งงานก็ยังต้องปรึกษามัน เพื่อนคอยสับรางเวลารถไฟจะชน เพื่อนคอยโกหกพ่อแม่เวลาไปเที่ยวแต่บอกว่าไปทำงาน เพื่อนคอยบอกแฟนว่าเรากำลังอยู่กับมัน ทั้งที่จริงเราไม่ได้อยู่กับมันหรอก และเพื่อนก็คือ คนจ่ายค่าข้าวเวลาเราไม่มีเงิน "เพื่อน" คือ ทุกอย่างมีผู้....ที่เคยคบกันถามว่าจะให้เลือก หนึ่งเดียว ระหว่างเค้าซึ่งคบกันมา 1 ปี กับเพื่อนซึ่งคบมาประมาณ 15 ปี ว่าคุณจะเลือกใคร ตอบแบบได้แบบไม่ต้องคิดเลยว่า "เพื่อน" ซึ่งเค้าก็บอกว่าตอบผิดตอบใหม่ได้นะ เราก็บอก ว่าตอบถูกแล้ว เพราะเค้าเห็นว่าเรารักเพื่อนมากกว่า แต่ไม่ใช่ ถ้าเราจะต้องเอาคนเข้ามา ในชีวิตอีก 1 คน ซึ่งก็ยังไม่รู้อะไรกันมาก กับเสียคนที่เรารู้จกกันมาเป็น 10 ปี เราว่าทุกคน ก็ต้องมีคำตอบเหมือนกับเรา เพราะทั้งสำหรับคนทั้งสองกลุ่ม เราไม่สามารถเอาแต่ละคน มาบวกและลบกันเพื่อให้ผลลัพธ์เป็นศูนย์ เพราะฉะนั้นทุกคนต้องเลือกสิ่งที่มีค่ามากกว่า และสิ่งที่เราเลือก สิ่งนั้นก็คือ *****""เพื่อน""**** " some time happy… some time sad… but all time friend " บทส่งท้าย ถ้าเราสนุก ไปเที่ยวโดยไม่มีเพื่อน แล้วเล่า ให้มันฟัง มันก็ไม่ว่าอะไร....แล้วถ้าเราเที่ยวแล้วเกิดปัญหา เราตามตัวมันมามันเคยพูด ไหมว่า "กูไม่สนมึงเที่ยวแล้วไม่ชวนกู มึงแก้ไขเองแล้วกัน" คำพูดอย่างนี่ จะไม่มีจากปาก เพื่อน จะมีแต่คำว่า " มึงอยู่ตรงไหน มึงเป็นอะไรว่ะ" แล้วก็ลงท้ายว่า เออตกลงกูจะรีบไป...

ดินสอ กับ ยางลบ

มีดินสอที่เขียนอย่างไรก็ไม่มีวันหมดอยู่แท่งหนึ่ง
มียางลบที่ลบอย่างไรก็ไม่มีวันหมดอยู่ก้อนหนึ่ง
ฟังดูอาจตลก ทุกคนอาจคิดว่า
ดินสอกับยางลบเป็นของคู่กันแต่ลองอ่านดูก่อนนะคับ
ดินสอแท่งนั้นเป็นเพื่อนกับยางลบก้อนนั้น
ทั้งคู่ไปไหนมาไหนด้วยกันทำอะไรด้วยกัน
หน้าที่ของดินสอก็คือเขียน
มันจึงเขียนทุกที่ทุกอย่างเสมอตลอดเวลาที่อยู่กับยางลบ
หน้าที่ของยางลบก็คือลบ
มันจึงลบทุกอย่างที่ดินสอเขียนทุกที่ทุกเวลา
เวลาผ่านไปนานหลายสิบปี
ทุกอย่างก็ยังดำเนินเหมือนเดิมเรื่อยมา จนกระทั่ง
ดินสอเอ่ยกับยางลบว่า เรากับนายคงอยู่ด้วยกันไม่ได้แล้ว
ยางลบจึงถามว่า ทำไมล่ะ
ดินสอจึงตอบกลับไปว่า
ก็เราเขียนนายลบแล้วมันก็ไม่เหลืออะไรเลย
ยางลบจึงเถียงว่า เราทำตามหน้าที่ของเรา เราไม่ผิด
ทั้งคู่จึงแยกทางกัน

ดินสอพอแยกทางกับยางลบ
มันก็ดีใจที่สามารถเขียนอะไรได้ตามใจมัน
แต่พอเวลาผ่านไปมันเริ่มเขียนผิด
ข้อความที่สวยๆ ที่มันเคยเขียนได้
ก็สกปรกมีแต่รอยขีดทิ้งเต็มไปหมด
มันคิดถึงยางลบจับใจ

ฝ่ายยางลบพอแยกทางกับดินสอ
มันก็ดีใจที่ตัวมันไม่ต้องเปื้อนอีกต่อไป
พอเวลาผ่านไปมันกลับใช้ชีวิตอย่างไร้ค่า
เพราะไม่มีอะไรให้ลบ
มันคิดถึงดินสอจับใจ

ทั้งคู่จึงกลับมาอยู่ด้วยกันใหม่
คราวนี้ดินสอเขียนน้อยลง เขียนแต่สิ่งทีดี
ส่วนยางลบ ก็ลบเฉพาะที่ดินสอเขียนผิดเท่านั้น

ถ้าเปรียบการเขียนเป็นการจำ
ดินสอในตอนแรกก็จำทุกเรื่องทั้งดีและไม่ดี
แต่พอเปลี่ยนไปมันก็หัดเลือกจำแต่สิ่งดีๆ เท่านั้น
ส่วนการลบเปรียบเหมือนการลืม
ยางลบในตอนแรกก็ลืมทุกอย่างทั้งดีและไม่ดี
แต่ทุกครั้งที่ลืมเรื่องดีตัวมันก็จะสกปรก
แต่ตอนหลังมันเลือกลืมแต่เรื่องไม่ดี หรือ
คือการให้อภัยนั่นเอง
ฉะนั้นถ้าเปรียบการเดินทางของทั้งคู่ดุจมิตรภาพ
คือ การจำแต่สิ่งดีๆ และลืมในสิ่งที่อาจผิดพลาดบ้าง

ผมและเธอบนทางเส้นขนาน ( น่ารักดี )

- ผมบอกว่าความรักก็เหมือนกับเส้นด้ายบาง ๆ หากขาดไปแล้ว
ผูกอย่างไรก็มีปม
- เธอบอกว่าความรักเหนียวแน่นคงทนกว่านั้น
มันเปรียบเสมือนผืนผ้ามากกว่า แม้เส้นด้ายจะขาดไปสักเส้น
ผ้าก็ยังเป็นผ้าได้อยู่

- ผมไม่พกมือถือ
ด้วยเหตุผลว่าพระนเรศวรทรงกู้เอกราชได้โดยไม่ต้องใช้เครือข่ายGSM
- เธอพกมือถือ 2 เครื่อง ด้วยเหตุผลว่า
ที่ไทยเสียเอกราชไปเพราะไม่มีเครือข่าย GSMใช้

- ผมใส่กางเกงตัวละ 129 บาท ด้วยเหตุผลว่า
จะยี่ห้ออะไรก็ปิดไอ้นั่นได้มิดเหมือนกัน
- เธอใส่กระโปรงราคาตัวละหลายพันบาท ด้วยเหตุผลว่า
มันปลอดภัย ถ้าเกิดไฟไหม้กระโปรงที่เธอใส่
เนื้อผ้าจะไม่ละลายติดเนื้อผิวของเธอ

- ผมไม่รู้หรอกว่าคุณค่าทางอาหารระหว่างพิซซ่ากับขนมครก
อะไรจะมากกว่ากัน แต่ ผมว่าขนมครก อร่อย
และถูกกว่าเป็นไหน ๆ
- เธอไม่รู้หรอกว่าคุณค่าทางอาหารระหว่างพิซซ่ากับขนมครก
อะไรจะมากกว่ากัน แต่เธอชอบกินพิซซ่า ด้วยเหตุผลที่ว่า
ขนมครกบางร้านเท่านั้นที่อร่อย แต่พิซซ่าฮัท
ทุกร้านมีมาตรฐานเดียวกัน

- ผมใช้ปากกาด้ามละ 5 บาท ด้วยเหตุผลที่ว่า
ยังไงมันก็เขียนได้และมันมักจะหายไป
ทุกครั้งก่อนที่ไส้จะหมด
- เธอใช้ปากกา ยี่ห้อ cross ด้วยเหตุผลที่ว่า
ยังไงมันก็เขียนติดกระดาษไม่ต้องสะบัดก่อนใช้
และไม่เลอะเทอะกระเป๋าเสื้อของเธอ

- ผมชอบทำงานอิสระ ทำตามจินตนาการของตัวเอง
ไม่ต้องให้ใครบังคับ ไม่ต้องผูกมัด กับระบบ
- บัตรตอกทำงานของเธอไม่เคยขึ้นตัวแดง เธอกลับค่ำทุกวัน
เพราะงานทำให้เธอมีระบบ ระเบียบ และเห็นคุณค่าของชีวิต

- ผมรักตัวของผมเองมากกว่าใคร ๆ ด้วยเหตุผลว่า
ไม่ว่าเราจะทำดีเพื่อใคร ๆ
มากมายขนาดไหนความสุขทางใจที่เราได้ ก็ได้กับตัวเอง
- เธอรักครอบครัวของเธอมากกว่าสิ่งใด ๆ ด้วยเหตุผลว่า
ถ้าไม่มีพวกเขา
ก็คงไม่มีเธอเกิดมาให้ป่าวประกาศว่าฉันรักตัวฉันเอง

- คลื่นทะเลให้ปรัชญาแก่ผมว่า
หาดทรายจะแปรเปลี่ยนไปทุกครั้งตามคลื่นที่กระทบฝั่ง
แต่แม้จะเปลี่ยนอย่างไร ทรายก็ยังเป็นทราย
และคลื่นก็ยังเป็นคลื่นไม่เปลี่ยน
- คลื่นทะเลให้ปรัชญาแก่เธอว่า
ไม่ว่าน้ำทะเลจะขึ้นจะลงอย่างไร
คลื่นก็ยังขยันซัดกระทบฝั่ง

- ผมบอกว่าถ้าไม่มี "ความว่าง" แล้ว "ความมี"
ก็ไร้ความหมาย เพราะความมีต้องวางลงบนความว่าง
- เธอบอกว่าถ้าไม่มี "ความมี" แล้ว "ความว่าง"
จะมีประโยชน์อะไร มันคงไร้ความหมายเพราะมีความมี
ความว่างจึงก่อเกิดการเปรียบเทียบ

- คนอื่นบอกว่า ผู้หญิงรักผู้ชายจาก 0-100
แต่ผู้ชายรักผู้หญิงจาก 100-0
ผมแย้งว่าผู้หญิงรักผู้ชายแค่ 0-1 เหมือนไบนารี่
ทำดีมากมายขนาดไหนก็เป็นเพียงแค่ 1 หากผิดพลั้งไป
จะเหลือเพียง 0
- เธอแย้งว่าผู้หญิงรักผู้ชายไม่ใช่ 0-1 และไม่ใช่ 0-100
แต่เป็นจาก 100-200 หญิงรักชายได้ 100
และจะมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามที่เธอปรารถนา

- ผมมองคนที่ความคิด
- เธอแย้งว่าความคิดไม่ใช่นิสัย

ผมเหมือนกับแก้วใส ๆ
จะเห็นคุณค่าตัวเองก็ต่อเมื่อมีเธอเป็นน้ำมาเติมเต็ม
เธอเหมือนกับน้ำใส ๆ
เธอจะอยู่ได้อย่างไรหากไม่มีภาชนะมารองรับ

ผมและเธอเหมือนดั่งเส้นขนาน ที่ไม่มีวันจะมาบรรจบกัน
ผมและเธอเหมือนดั่งเส้นขนาน ถึงแม้จะไม่มีวันบรรจบกัน

แต่เราก็จะตีคู่ไปด้วยกันเสมอ เพราะเธอชอบกินไข่แดง
แต่ผมชอบกินไข่ขาว
เราจึงอยู่ด้วยกันได้ ในไข่ใบสีน้ำเงินแห่งนี้

3月14日

เรื่องราวของคำว่า...รัก---ไม่เคย...ไม่รัก

บทสนทนาของชายหญิงคู่หนึ่งซึ่งเป็นแฟนกัน

ญ. :: คุณเคยคิดถึงฉันบ้างไหม ?
ช. :: ไม่เคย
ญ. :: คุณชอบฉันไหม ?
ช. :: ไม่
ญ. :: คุณอยากได้ฉันไหม ?
ช. :: ไม่
ญ. :: คุณจะร้องไห้ไหม ถ้าฉันจากไป ?
ช. :: ไม่
ญ. :: คุณจะอยู่เพื่อฉันไหม ?
ช. :: ไม่
ญ. :: คุณจะทำอะไรสักให้ฉันได้ไหม ?
ช. :: ไม่ได้
ญ. :: คุณจะเลือกอะไร ระหว่าง ' ชีวิตคุณ ' กับ ' ชีวิตฉัน ' ?
ช. :: ชีวิตฉัน

หญิงสาวรู้สึกเสียใจมาก เธอหันหลังวิ่งหนีจาก
ชายหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนเธอ แต่เขาก็วิ่ง
ตามเธอไป พร้อมทั้งตะโกนว่า.... ...
" เหตุผลที่ฉันไม่เคยคิดถึงเธอ - เพราะว่าเธออยู่ในความคิดฉันเสมอ
เหตุผลที่ฉันไม่ชอบเธอ - เพราะฉันรักเธอ
เหตุผลที่ฉันไม่อยากได้เธอ - เพราะฉันต้องการ และจำเป็นต้องมีเธอ
เหตูผลที่ฉันไม่ร้องให้ ถ้าเธอจากไป - เพราะฉันคงจะตายทั้งเป็น ถ้าไม่มีเธอ
เหตุผลที่ฉันไม่อยู่เพื่อเธอ - เพราะฉันจะตายเพื่อเธอ
เหตุผลที่ฉันทำอะไรให้เธอสักอย่างไม่ได้ - เพราะฉันยินดี
และเต็มใจทำให้เธอทุกอย่าง
และเหตุผลที่ฉันเลือกชีวิตฉัน - เพราะ เธอคือชีวิตฉัน "